ผู้เขียน หัวข้อ: ที่วางโทรศัพท์มือถือในรถยนต์..รางวัล RED DOT Award Winning Products  (อ่าน 1530 ครั้ง)

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
ที่วางโทรศัพท์มือถือในรถยนต์...
Magic Car mount holder
ใช้งานง่ายดีไซด์สวยงาม ล้ำสมัย ใช้งานได้จริง...
ทำจากวัสดุชั้นดีและคงทนต่อแสงแดด...
ปรับเปลียนจุดหมุนได้ 360 องศา...
ได้รับรางวัล RED DOT Award Winning Products
ประเภท Universal Car Vehicle Holder...






ProductDetails

Brand Name: Cooskin

Material: Anti UV & Anti Aging ABS+PU

Combination: Car mount

Use: Mobile

Suitable for: Smartphone/GPS and etc.

colors available: white,black

Patent by Cooskin 2013 Reddot winner product

Net weight: 170g

Certification: CE, RoHs, ISO9001

Packing: PVC

Product size: 50*50*60mm

Appearance: Modern

วัสดุชั้นดีคงทน

1.Material: Anti- UV & Anti-Aging ABS Material.

2.360 Degrees Rotatable.

3.Unique PU Material:Strong Adhesive with up to 1KG.

4.Easy to clean mounting and dismounting without leaving any gunk or residue.

5.More Easily Operate and Use than other similar item.

6.Unique & Patent Design for you quickly capture the market.

7.Special designed by Cooskin for Iphone 5/5C/5S and Other
 
8.Can Be Used For GPS,Mobile Phones,Tablet PC Bracket Function..

ราคา 990 บาทรวมจัดส่ง..


กรุณาติดต่อสอบถามโดยตรงที่
☏:086 3357254
LineID:wintuth
EMAIL: wintuth@gmail.com
สั่งซื้อผ่าน Website ได้ทันทีคลิ๊กเล้ย...
เพราะผมอาจไม่ได้เข้าบอร์ดทุกวันครับ

ดู VDO Present...
https://www.facebook.com/photo.php?v=610933408941909

╔═. ▀▄ . ══════════════════╗
░░░░░░ดูอุปกรณ์เสริมตัวอื่น...░░░░░░
╚══════. ▀▄ . ═════════════╝

อุปกรณ์เสริมใช้ในรถยนต์ สุดชิค ล้ำกว่าใคร เพื่ออำนวยความสะดวก เน้นใช้ประโยชน์ได้จริง...บลูทูธ แฮนด์ฟรี ทีวางโทรศัพท์ในรถยนต์ ชาร์ตมือถือในรถยนต์ บลา บลา บลา...
อยากล้ำ อยากเก๋ อยากเท่ ก่อนใคร เข้ามาช็อปกันให้ไว...
https://www.facebook.com/RotNiyom

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
คลิปเด่น วันที่ 18 ธันวาคม 2556
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2013, 06:14:37 PM »
“เซลฟี่” (Selfie) คือ การถ่ายรูปตนเอง แล้วโพสต์ขึ้นโซเชียล มีเดีย ซึ่งกำลังเป็นที่ฮอตฮิตอยู่ขณะนี้ แต่บุคคลในคลิปที่ “saxtonmaryann” โพสต์ขึ้นยูทูบนี้
วันพุธ 18 ธันวาคม 2556 เวลา 00:00 น.

คลิปน่ารัก หนูน้อย 1 ขวบ ถ่ายคลิปตัวเองครั้งแรก! : “เซลฟี่” (Selfie) คือ การถ่ายรูปตนเอง แล้วโพสต์ขึ้นโซเชียล มีเดีย ซึ่งกำลังเป็นที่ฮอตฮิตอยู่ขณะนี้ แต่บุคคลในคลิปที่ “saxtonmaryann” โพสต์ขึ้นยูทูบนี้ น่าจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ทำกิจกรรมเซลฟี่ เพราะผู้โพสต์ยอมรับว่า เขาถึงกับหัวเราะดังลั่น เมื่อพบคลิปนี้อยู่ในโทรศัพท์มือถือของตนเอง โดยในคลิปเป็นภาพของเด็กหญิงวัยแค่ 1 ขวบ ได้ถ่ายคลิปของตนเองผ่านทางสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก หนูน้อยรู้วิธีและมุมกล้องที่จะถ่ายให้เห็นหน้าตนเองอย่างน่าทึ่ง ซึ่งใครที่ได้เห็นก็คงจะอดอมยิ้มในความน่ารักไม่ได้ อาจเรียกได้ว่า เด็กทุกวันนี้ ความสามารถเกินตัวจริง ๆ

คลิปฮา เกม “มาริโอ คาร์ท” ในชีวิตจริง : สำหรับคอเกม “นินเทนโด” คงจะรู้จักตัวการ์ตูนยอดฮิตอย่าง “มาริโอ” เป็นอย่างดี เกม “มาริโอ คาร์ท” ก็เป็นหนึ่งในเกมยอดนิยมที่ใช้ “มาริโอ” มาแข่งกันขับรถโกคาร์ท ซึ่ง “Simon Lachapelle” บัญชีผู้ใช้ยูทูบท่านหนึ่ง คงจะชื่นชอบเกมนี้มาก ถึงขนาดเกิดไอเดียสร้างสรรค์ดัดแปลงปลุกให้มาริโอคาร์ทเกิดขึ้นในชีวิตจริง เขาและเพื่อนได้แต่งตัวเป็นตัวการ์ตูนในเกมดังกล่าว พร้อมขับรถโกคาร์ทไปตามถนน ถ่ายคลิปใส่เอฟเฟกต์ให้ใกล้เคียงกับเกมมากที่สุด จนอยากจะปรบมือดัง ๆ ให้กับความพยายาม

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
สาวน้อยนักประกอบการแห่งปี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2013, 12:20:59 PM »
มารีตา เช็ง สาวน้อยวิศวกรอายุ 24 ปี ได้ตั้งบริษัททำหุ่นยนต์เพื่อช่วยคนพิการจนได้รับรางวัล คนรุ่นใหม่แห่งออสเตรเลียประจำปี โดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์มีอะไรน่าสนใจ จนนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียชื่นชมและมอบรางวัลให้ด้วยความภูมิใจ

สมัยเป็นเด็ก มารีตา เช็งต้องทำความสะอาดห้องด้วยตนเอง เธอก็เลยจินตนาการตั้งแต่สมัยเด็กว่าน่าจะมีกองทัพหุ่นยนต์มาช่วยเธอทำงานเพราะงานทำความสะอาดห้องเป็นงานหนักและอาจจะสกปรกสักหน่อยก็เลยทำให้เธอทำเช่นนั้น

“ฉันมองรอบ ๆ ตัวและอยากจะได้หุ่นยนต์มาช่วยกัน ภาระงานทำความสะอาดห้องต่างๆ ฉันก็เลยคิดว่าจะต้องมีส่วนในการสร้างหุ่นยนต์เป็นจริงให้ได้”

มารีตา เช็ง ถือเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่อัจฉริยะที่สุดคนหนึ่งของออสเตรเลีย เธอมีความรู้สึกว่าจะต้องใช้พลังสมองให้เป็นประโยชน์ให้ได้ ซึ่งล่าสุดเธอก็สามารถสร้างแขนมนุษย์เทียมได้ ซึ่งสามารถปฏิวัติวงการคนแขนขาพิการได้ทั่วโลก

มารีตา เช็ง ได้มีโอกาสพูดให้กำลังใจกับผู้สนใจเข้ามาฟังจำนวนมากที่ โอเปรา เฮ้าส์ ที่เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ซึ่งก็มักจะย้ำว่าคนเราสามารถทำอะไรก็ได้ด้วยความมั่นใจ

ในระยะหลัง แม้ด้วยวัยเพียง 14 ปี เธอก็สามารถพูดปาฐกถาบนเวทีด้วยความมั่นใจและให้กำลังใจโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเพื่อส่งเสริมให้เด็กผู้หญิงได้ชอบการเรียนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก ๆ โดยเธอได้มีโอกาสพูดบนเวทีถึง 150 ครั้งแล้ว

ในประเทศออสเตรเลีย วิศวกรหญิงมีเพียง 11% ซึ่งก็พอ ๆ กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีแค่ 14% เช่นกัน ผมเข้าใจว่าประเทศไทยน่าจะน้อยกว่านี้แต่ในระยะหลังผู้หญิงเรียนวิศวกรรมศาสตร์มากขึ้นเยอะ ซึ่งเธอก็รู้สึกว่าถ้าหากเด็กผู้หญิงรุ่นใหม่จะเรียนทางวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีมากขึ้นจะเป็นเรื่องที่ดีน่าส่งเสริม

“สมัยเดิม ๆ ใครก็คิดว่าการเรียนทางวิศวกรรมศาสตร์เป็นเรื่องของผู้ชาย แต่สำหรับเธอแล้ว เธอมักจะตอบเสมอว่า เธอเรียนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้วสนุกอย่างไร และก็ชักชวนให้เด็กผู้หญิงมาเรียนในสาขานี้ให้มากขึ้นและเธอก็ตั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า “โรโบกอลส์” หรือ สาวหุ่นยนต์ขึ้นมา แต่ช่วง 4 ปีเท่านั้น กลุ่มของเธอก็ขยายไปถึงประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ซึ่งเธอก็ได้สอนให้นักเรียนและนักศึกษาหญิงไปกว่า 8,000 คนแล้ว ด้วยการทำสัมมนาตามอีเวนต์หรืองานแสดงต่าง ๆ จำนวนมาก

มารีตา เช็ง จบปริญญาในสาขาแมคคาทรอนิกส์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และมีบริษัทต่าง ๆ เข้ามาติดต่อและเสนองานให้ทำเยอะมากหลายแห่ง แต่เธอไม่สนใจ กลับตัดสินใจตั้งบริษัทชื่อ ทูมาร์ รอบอติกส์ หรือ บริษัทหุ่นยนต์ ซึ่งมุ่งเน้นสร้างหุ่นยนต์สวย ๆ และสามารถที่จะช่วยมนุษย์ทำงานประจำวันได้ดี

ขณะนี้บริษัทมีทีมงานที่สามารถสร้างแขนกลอัจฉริยะขึ้นที่เรียกว่า จีวา (Jeva) ซึ่งสามารถช่วยคนแขนพิการ โดยติดตั้งกับรถเข็น สามารถสื่อได้โดยใช้เสียงและสามารถจำคำพูดและทำงานประเภทซ้ำ ๆ ได้ดี

ชีวิตของมารีตา เช็งได้รับอิทธิพลจากที่บ้านตั้งแต่เด็ก เพราะอยู่กับคุณแม่คนเดียว ไม่มีพ่อ และคุณแม่เป็นคนทำความสะอาดในโรงแรม ซึ่งเธอก็เห็นคุณแม่ทำงานหนักอยู่กับการทำความสะอาดห้องในโรงแรมตลอดเวลา ก็เลยทำให้เธอคิดถึงเทคโนโลยีซึ่งจะต้องสร้างหุ่นยนต์ให้ได้ในอนาคตและเธอก็รักและชอบงานเทคโนโลยีแบบนี้ด้วย

ก็เขียนบทความเหล่านี้ให้นักเรียนหญิงไทย เพื่อให้กำลังใจในการเรียนต่อของด้านสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีจะได้เป็นนักประกอบการทางธุรกิจเช่นเธอ ตั้งแต่อายุ 24 ปีผมว่าโอนะ.

ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล

อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
มอยส์ยันรูนีย์เจ็บไม่มาก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2013, 09:05:26 PM »
สาวก "เร้ด เดวิลส์" โล่งใจกันได้ เมื่อ เดวิด มอยส์ กุนซือ "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า เวย์น รูนีย์ กองหน้าตัวเก่ง มีอาการเจ็บไม่มาก และน่าจะพร้อมลงช่วยทีมเจอกับ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้

    รูนีย์ ไม่มีชื่อทั้งตัวจริงและตัวสำรองในศึกแคปิตอล วัน คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่บุกไปชนะ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี 2-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้แฟน แมนฯ ยูฯ วิตกกังวล อย่างไรก็ดี มอยส์ เผยว่า กองหน้าวัย 28 ปี เจ็บแค่เล็กน้อยเท่านั้น

    "มันเป็นอาการตึงที่ขาหนีบ" และหลังถูกถามต่อว่าจะลงกับ เวสต์แฮม หรือไม่ มอยส์ ตอบว่า "ใช่ เขามีโอกาส" 

    เกมนี้ แอชลีย์ ยัง พังประตูแรกในรอบ 19 เดือนในนาที 62 ต่อด้วย พาทริซ เอฟรา นาที 78 โดย มอยส์ เผยว่า "ผมไม่รู้เลยนะ (ว่าเป็นประตูแรกของ ยัง ในรอบปีกว่า) แอชลีย์ มีความสามารถทำประตู เราเห็นได้ในการซ้อม"

    ส่วนผลการจับสลากรอบต่อไปที่จะเจอกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่พลิกล็อคหักด่าน เชลซี เข้ามา มอยส์ ยอมรับว่าประมาทไม่ได้เด็ดขาด "ซันเดอร์แลนด์ ทำได้ดีกับ เชลซี และเราต้องเล่นดี 2 นัดเหย้าเยือนเพื่อเข้าชิงชนะเลิศ ตอนแรกมันดูเหมือนจะมีเรา เชลซี, สเปอร์ส และ แมนฯ ซิตี ในฟุตบอลถ้วยคุณไม่มีทางรู้ได้ แน่นอนว่าเราจะไม่ประมาท"

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
แท็บเล็ตโยก้าของเลอโนโวแบตอึด18ชั่วโมง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2013, 12:02:13 PM »
วันนี้(19 ธ.ค.) นายจิรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า แท็บเล็ตมีวิวัฒนาการมาตลอดตั้งแต่เปิดตัว ปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ต้องมีฟีเจอร์แชร์ไฟล์ ให้ส่งไฟล์และภาพถึงอุปกรณ์ที่อยู่ในระยะส่งได้ทันที เพื่อให้ส่งไฟล์ได้สะดวกมากขึ้น ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จึงต้องมีระบบนิเวศน์หรออีโคซิสเต็มส์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ได้

ในกลุ่มสมาร์ท คอนเน็ค ดีไวซ์ ของเลอโนโว ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนและสมาร์ททีวี อุปกรณ์เหล่านี้ใช้ระบบปฎิบัติการ ไอโอเอส แอนดรอยด์ บีบี และวินโดวส์ จากข้อมูลการสำรวจในต่างประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่จะใช้แท็บเล็ตในห้องนั่งเล่นมากที่สุด รองลงมาคือ ห้องนอน ห้องครัว และสำนักงานขนาดเล็ก

หากใช้งานนอกสถานที่ จะเป็นการนำไปใช้ในร้านอาหาร บ้านเพื่อน ใช้ทำงานนอกสถานที่ เป็นต้น รวมถึงร้านค้าปลีกก็สามารถนำแท็บเล็ตไปใช้งานได้ แท็บเล็ตรุ่นใหม่ ๆรองรับการใช้งานหนักๆ ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เลอโนโวได้เปิดตัวแท็บเล็ต รุ่น โยก้า (YOGA) จอ 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว มีจุดเด่นอยู่ที่ ดีไซน์รองรับการใช้งานที่แตกต่างกันได้ 3 รูปแบบ คือ โหมดวางตั้ง โหมดวางนอน และถือใช้งานเหมือนถือแมกกาซีน แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 18 ชั่วโมง และยังสามารถใช้เป็นพาวเวอร์แบงค์ได้ด้วย โดยแท็บเล็ต โยก้า ขนาด 10นิ้ว จะมาพร้อมคีย์บอร์ดที่ออกแบบให้เป็นฝาปิดหน้าจอได้ด้วย

สำหรับราคาแท็บเล็ตเลอโนโว โยก้า ขนาด 8 นิ้ว ราคา 9,990 บาท และ 10 นิ้ว ราคา 12,990 บาท ทั้งสองรุ่น หน่วยประมวลผลควอดคอร์ 1.2 กิกะเฮิร์ตซ น้ำหนักรวมประมาณ 401 กรัมและ 605 กรัม รองรับการใช้งานไวไฟและ3 จี ยกเว้นรุ่น10 นิ้วจะไม่มีฟังค์ชั่นโทรศัพท์.

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
บิลเบาต้อนเซลตาลิ่ว16ทีมถ้วยโกปาฯ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2013, 09:37:35 PM »
ศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา แอธเลติก บิลเบา ทีมดังในศึก ลา ลีกา เปิดรัง ซาน มาเมส รับมือ เซลตา บีโก ทีมร่วมลีก โดยนัดแรกเป็น เซลตา ที่เอาชนะมาก่อน 1-0 มาถึงเกมนี้ เป็น บิลเบา เจ้าถิ่น ที่ได้ประตูนำห่างถึง 2-0 ในครึ่งแรก จาก อีเคร์ มูเนียอิน นาทีที่ 21 และ มาร์เคล ซูซาเอตา ในนาทีที่ 44

    เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมเยือนต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง ฮูโก มัลโญ โดนใบเหลืองแดงออกจากสนามไปในนาทีที่ 52 เข้าสู่ช่วงท้ายเกม เจ้าถิ่นมาได้เพิ่มอีก 2 ประตูจาก มูเนียอิน คนเดิม ในนาทีที่ 80 และ อาริตซ์ อดูริซ ในนาทีที่ 86 จบเกม บิลเบา ชนะ 4-0 รวมผล 2 นัด บิลเบา ชนะด้วยประตูรวม 4-1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

    ผลคู่อื่น เอสปันญอล ชนั รีล ฆาเอน 2-0 (รวมผล 2 นัด เอสปันญอล ชนะ 4-2, ราโย บาเยกาโน ชนะ รีล บายาโดลิด 3-1 (รวมผล 2 นัด ราโย ชนะ 3-1), บาเลนเซีย ชนะ คิมนาสติก 1-0 (รวมผล 2 นัด บาเลนเซีย ชนะ 1-0)

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
กำชับโอปเรเตอร์โทรติดไม่รับสายห้ามคิดเงิน
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2013, 08:30:07 PM »
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวการเรียกเก็บค่าใช้บริการกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กรณีผู้ใช้บริการได้โทรศัพท์ไปปลายทางแต่ไม่มีผู้รับสายนั้น เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เรียกผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 8 ราย ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT) บริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) (AIS) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) (DTAC) บริษัท ทรู มูฟ จำกัด (TRUE MOVE) บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (RF)และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน้ทเวอร์ค จำกัด (AWN) มาประชุมหารือกรณีดังกล่าว

จากการหารือ พบว่า การใช้โทรศัพท์ที่จะไม่เกิดค่าบริการ คือกรณีที่ผู้ใช้ปลายทางไม่เปิดใช้บริการรับฝากข้อความ (Voice Mai Box) หรือบริการโอนสายอัตโนมัติ (CallForwarding) ซึ่งเมื่อปลายทางไม่รับสายในช่วงเวลาหนึ่งระบบจะตัดการเรียกสายนั้นทำให้ผู้โทรศัพท์ได้ยินเสียงสายไม่ว่าง หรือ Buytone

สำหรับการโทรศัพท์ที่จะมีค่าใช้บริการคือ กรณีที่ปลายทางเปิดใช้บริการรับฝากข้อความ (Voice Mai Box) หรือบริการโอนสายอัตโนมัติ (Call Forwarding) เมื่อปลายทางไม่รับสายในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งเป็นเวลาประมาณ 30 วินาที หรือ 60 วินาที แล้วแต่ระบบของผู้ให้บริการ ระบบจะตัดเข้าบริการ โดยหากเข้าสู่บริการรับฝากข้อความอาจจะได้ยินข้อความเช่น “กรุณารับฝากข้อความหลังเสียงสัญญาณนี้...” ผู้ใช้บริการจะมีเวลาประมาณ 6-7 วินาที ก่อนจะถูกคิดค่าใช้บริการซึ่งหากผู้ใช้บริการวางสายก่อนก็จะไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ระยะเวลาการรอสายที่แต่ละรายกำหนดก่อนตัดเข้าสู่ระบบบริการรับฝากข้อความ จะแตกต่างกันโดยสำหรับทีโอที และเรียล ฟิวเจอร์ มีเวลารอสายนาน 30 วินาที ส่วนเอไอเอส แอดวานซ์ ไวร์เลส เน้ทเวอร์ค ดีแทค และ ไตรเน็ต ทรูมูฟ มีเวลารอสายนาน 60 วินาที สำนักงาน กสทช. จึงขอให้ผู้ให้บริการทบทวนการกำหนดระยะเวลารอสายก่อนตัดเข้าบริการรับฝากข้อความเวลา 60 วินาที ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นายฐากร กล่าวว่า สำหรับการโทรศัพท์โรมมิ่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่แล้วหากไม่มีผู้รับสายจะไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแต่อาจมีบางประเทศที่คู่สัญญาต่างประเทศได้กำหนดการคิดค่าบริการหากไม่มีผู้รับสายเกินกว่าเวลาที่กำหนดเช่น กรณีประเทศสหรัฐอเมริกาที่กำหนดการคิดค่าใช้บริการหากรอสายเกิน 30 วินาที โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะสรุปเงื่อนไขดังกล่าวให้สำนักงาน กสทช.ภายในวันที่ 26 ธ.ค. ในส่วนเรื่องร้องเรียนปี 2556 พบว่ามีการร้องเรียนกรณีการคิดค่าบริการการโทรศัพท์โรมมิ่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทยและเข้าสู่บริการรับฝากข้อความ (Voice Mail Box) มาที่สำนักงาน กสทช. 2 เรื่อง ซึ่งได้ข้อยุติแล้ว1 เรื่อง

หากผู้ใช้บริการประสบปัญหาเก็บค่าบริการที่ไม่เป็นธรรมสามารถร้องเรียนมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 ได้ทันที.

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
‘เนคเทค-ทรู’ ทุ่มงบ 20 ล้านเจ้าภาพงาน ‘APRICOT 2014’
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 12:02:26 PM »
ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เนคเทค จับมือ ทรู จัดงาน APRICOT 2014 ประชุมสุดยอดผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก หวังไทยได้โชว์ศักยภาพพร้อมเอกชนได้ต่อยอดธุรกิจ คาดมีผู้ประกอบการในวงการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 700 คน  จาก 400 บริษัท ใน 50 ประเทศร่วมงาน

ดร.พันธ์ศักดิ์  ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค เปิดเผยว่า เนคเทคได้ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด  (มหาชน)เป็นเจ้าภาพจัดงาน APRICOT 2014 ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก โดยได้รับการไว้วางใจจากองค์กรอินเทอร์เน็ตระดับสากลอย่าง APIA และ APNIC ให้เป็นเจ้าภาพ โดยคาดว่าจะมีนักธุรกิจและผู้ประกอบการในวงการอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกกว่า 700 คน ที่เป็นตัวแทนจาก 400 บริษัท จาก 50 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะจากไทยได้เพิ่ม เครือข่ายเชิงวิชาการ ธุรกิจ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอินเทอร์เน็ตของเมืองไทย ซึ่งที่ผ่าน  มาไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้มาแล้วเมื่อปี    ค.ศ. 2002

นายสุพจน์ มหพันธ์ ผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ได้ใช้งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท โดยไทยสามารถเอาชนะคู่แข่งในการ เสนอตัว คือ นิวซีแลนด์ มาได้ ในงานมีการจัดประชุมและการเวิร์กช็อปด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและการสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นี คเวย์ นอร์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทวีปแอฟริกา และ ดร.กาญจนา กาญจนสุต นักวิชาการด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของไทย ร่วมเป็นวิทยากรในงาน นอกจากนี้ไทยจะได้โชว์ศักยภาพในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตด้วย

ทั้งนี้งาน ARICOT 2014 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 ก.พ. 2557 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยผู้เข้าร่วมงานเวิร์กช็อปจะมีค่าใช้จ่าย 500 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการร่วมประชุมมีค่าใช้จ่าย 600 ดอลลาร์สหรัฐ  ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://2014.apricot.net

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
วันนี้(22 ธ.ค.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสท.วันพรุ่งนี้(23ธ.ค.) จะมีการเตรียมออกมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบการประมูลทีวีดิจิทัลเพิ่มเติม ภายหลังจากมีการทดสอบระบบการประมูลทีวีดิจิทัลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่กสท.จะมีการประมูลจริงในวันที่ 26 – 27 ธ.ค.นี้

สำหรับการซ้อมทดลองการประมูลทีวีดิจิทัลค่อนข้างราบรื่น แต่ยังมีความกังวลอยู่บ้างในเรื่องความปลอดภัยของระบบ ซึ่งจะมีการเสนอมาตรการเพิ่มเติมต่อไป รวมถึงเพิ่มจำนวนบุคลากรที่จะดูแลปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งป้องกันเหตุ หรือ อาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาโจมตีระบบให้เกิดเหตุขัดข้องได้

นอกจากนี้กสท. เตรียมพิจารณาบทวิเคราะห์การพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่และกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ของกิจการโทรทัศน์บอกรับสมาชิกด้วยเทคโนโลยี MMDS ของกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัทเวิลด์สตาร์ทีวี(ไทยแลนด์) จำกัด ที่เสนอโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และวาระ รายงานผลการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ ระบบ DVB-T/H บนคลื่นความถี่ UHF ช่อง 58 ระหว่างบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กับบริษัท อินเตอร์เนชั่นเนิลเอนจิเนียริ่ง จำกัด(มหาชน)(ไออีซี) เสนอโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาสัญญาสัมปทานด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

อย่างไรก็ตามกสท.จะยังไม่นำวาระร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับเนื้อหาตาม ม. 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เข้าพิจารณา เนื่องจากเห็นว่าสำนักงานกสทช.ควรนำข้อสังเกตจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ คปก. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นข้อบัญญัติต่างๆที่ขัดกับกรอบกฎหมายมาพิจารณาร่วมด้วย ซึ่งอาจเสนอแนวปฏิบัติเพื่อเป็นทางเลือกต่อกสท. แทนร่างประกาศฯที่อาจสุ่มเสี่ยงตามข้อกฎหมายและขัดต่อสิทธิเสรีภาพ แนวปฏิบัติที่ควรทำนี้ เพื่อที่จะเป็นแนวพิจารณาของบอร์ดกสท.ทั้ง 5 คน รวมถึงการอิงความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆข้างนอกเข้าร่วมพิจารณาตัดสินตามม.37 อีกด้วย

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
วันนี้(23 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า  สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ส่งผลต่อการประมูลทีวีดิจิทัล  จะไม่เลื่อนหรือยกเลิกการประมูลทีวีดิจิทัลอย่างแน่นอน  กสท.ยืนยันว่า การประมูลทีวีดิจิทัลยังตามกำหนดการเดิมคือ  วันที่26 – 27 ธันวาคม 2556  ที่อาคาร CAT Tower  บางรักของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และได้เตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับอำนวยความสะดวกและ รักษาความปลอดภัยประมูลไว้จำนวน 175 คน โดยในวันนี้ได้เพิ่มอีก 60 คน  รวมเป็น 235 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าของกสทช.และของบมจ กสท  เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประมูลทีวีดิทัลครั้งนี้

นอกจากนี้กสท.ยังเพิ่มมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการประมูลทีวีดิจิทัลได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลให้กำหนดรหัสผ่านโดยให้สำนักงานกสทช.และกสท โทรคมนาคม เก็บรักษารหัสร่วมกัน   ส่วนระบบโปรแกรมการประมูลของผู้จัดการประมูลและผู้ประมูลให้รักษาการรองเลขาธิการกสทช. ภารกิจกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และผู้อำนวยการสำนักงานเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลเก็บรักษารหัสร่วมกัน

ในขณะเดียวกัน ยังให้ บมจ กสท ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลแสดงต่อสาธารณะชนตลอดเวลาการประมูล เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าไปและให้มีการเก็บประวัติข้อมูลการเสนอราคา (Bid Log)  ตลอดระยะเวลาเพื่อให้นำมาเปิดเผยภายหลังการสิ้นสุดเวลาการประมูลหมวดสุดท้ายในวันที่ 27 ธ.ค.56  โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมระมูลที่สนใจสามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมตรวจสอบได้รายละไม่เกิน 2 คน

พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า ห้องควมคุมชั้น 30 ของ บมจกสท ผู้ที่สามารถเข้าห้องได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ควบคุม ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) 1 คน  ตัวแทนคณะกรรมการติดตามและประเมินผล หรือซุปเปอร์บอร์ด 1 คน และบอร์ดกสท. 5 คน  เป็นต้น  ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีสิทธิเข้าไปยังห้องดังกล่าว

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
ในครั้งก่อน ๆ ผมได้เล่าถึงแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนและจีน ที่ต่างเผชิญกับโจทย์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครไปแล้ว วันนี้จึงขอเล่าถึงเศรษฐกิจญี่ปุ่นบ้าง …

หากย้อนเวลากลับไปจะพบว่า ปัญหาของเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้น มีสาเหตุมาจากฟองสบู่อสังหาฯ ที่แตกลงหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2532 อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาภาคการเงินที่ไม่เบ็ดเสร็จของทางการ โดยการเข้าไปอุ้มสถาบันการเงินและธุรกิจที่ย่ำแย่ แทนที่จะสั่งปิดกิจการนั้น ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่น ตกอยู่ในภาวะที่อ่อนแอเป็นเวลายาวนาน โดยในระหว่างปี 2533-2555 เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น

เทียบกับมาตรฐานของประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ควรจะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 2-3 ใน ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นที่ถดถอยลง ก็ได้ส่งผลให้ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ซึ่งยิ่งซ้ำเติมปัญหาจนกลายเป็นภาวะเงินฝืด โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีอัตราเงิน เฟ้อที่ติดลบถึงประมาณสิบปี หรือเรียกได้ว่าเป็นทศวรรษแห่งภาวะเงินฝืด

หลังจากการแตกลงของภาวะฟองสบู่ฯ รัฐบาลญี่ปุ่นหลายชุดได้พยายามแก้ปัญหาโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจมาโดยตลอด ผ่านทั้งนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าที่ควร เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ถูกปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ยิ่งทำให้ประชาชนมีความกังวลต่อเงินออมและความเป็นอยู่ของตน และหันมาเพิ่มการออมแทนที่จะเพิ่มการบริโภค ในขณะเดียวกัน การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลที่ต่อเนื่องยาวนาน อันเป็นผลจากการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรนั้น ก็ได้ส่งผลให้หนี้สาธารณะของรัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบันสูงกว่าร้อยละ 240 ของขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพี เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ที่สัดส่วนหนี้สาธารณะดังกล่าวอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80-100 ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งมาในปลายปี 2555 ก็ได้พยายามแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังดังกล่าวอีกครั้ง โดยการออกมาตรการสำคัญในสามด้าน คือ การกระตุ้นทางการเงิน โดยมีเป้าหมายที่จะให้อัตราเงิน เฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2 ภายในปี 2557 รวมถึง การกระตุ้นโดยการใช้จ่ายของภาครัฐ ตลอดจน มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ

ในด้านมาตรการทางการเงินนั้น ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เริ่มดำเนินการอัดฉีดเงินมาตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อ ที่ไม่รวมหมวดอาหารสด ซึ่งล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 แม้ว่าจะยังคงห่างไกลจากเป้าหมายที่ร้อยละ 2 ก็ตาม ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็เพิ่งจะอนุมัติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินรวม 18.6 ล้านล้านเยน อย่างไรก็ตาม วงเงินดังกล่าวนับรวมการใช้จ่ายที่มีแผนจะดำเนินการอยู่ก่อนหน้าแล้ว เช่น การใช้จ่ายเพื่อการซ่อมแซมจากแผ่นดินไหว ในขณะที่การใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ เช่น การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ถูกมองว่า อาจจะไม่ส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก ทำให้แรงกระตุ้นหลัก คงจะมาจากการใช้จ่ายเพื่อการก่อสร้างสำหรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี ค.ศ. 2020

ส่วนมาตรการที่จะถูกจับตามากที่สุด คงหนีไม่พ้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่แม้ว่าจะยังคงไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการออกมา แต่นักวิเคราะห์ก็ฝากความหวังไว้ว่า การปฏิรูปดังกล่าวจะเป็นตัวสร้างความแตกต่างจากความพยายามในการฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นของรัฐบาลหลายชุดก่อนหน้า

ทั้งนี้ ประเด็นการปฏิรูปที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ ได้แก่ การลดการอุดหนุนแก่ภาคการเกษตร ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า สร้างภาระแก่รัฐบาลญี่ปุ่นถึงปีละกว่าห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากดำเนินการได้ นอกจากจะช่วยลดภาระการคลังแก่รัฐบาลญี่ปุ่นแล้ว ยังจะเป็นการรองรับการเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบ ทรานส์-แปซิฟิก พาร์ต เนอร์ชิป ที่สหรัฐเป็นผู้นำ ซึ่งหลายฝ่ายหวังว่าจะเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้เกิดการยกเครื่องประสิทธิภาพแก่เศรษฐกิจญี่ปุ่น

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ยังมองว่า ญี่ปุ่นยังจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกฎหมายแรงงาน ให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยกฎหมายปัจจุบันนั้น เปิดช่องให้น้อยมากแก่ภาคธุรกิจในการลดจำนวนคนงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ข้อจำกัดดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของแรงงาน แต่ก็ทำให้ธุรกิจญี่ปุ่นลังเลที่จะจ้างพนักงานเพิ่ม ซึ่งยิ่งทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นทางกฎระเบียบและกฎหมายอื่น ๆ เช่น การอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้าไปทำงาน, การปรับปรุงอัตราภาษีเพื่อเอื้อต่อการแข่งขัน รวมถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับการค้าปลีกออนไลน์ เป็นต้น

รัฐบาลญี่ปุ่นคงจะต้องเร่งเดินหน้าในมาตรการต่าง ๆ ทุกด้าน เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังจะเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญจากการปรับขึ้นภาษีการขายในเดือนเมษายนที่จะถึงในปีหน้า โดยหลายฝ่ายกังวลว่า การปรับเพิ่มภาษีดังกล่าว อาจจะทำให้การบริโภคกลับมาชะงักงันและกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นภาระทางการคลัง ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นมีทางเลือกไม่มากนัก นอกจากจำต้องปรับขึ้นภาษี โดยหวังว่า การเร่งเดินหน้าในมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการปฏิรูป จะช่วยชดเชยภาระจากภาษีได้ และช่วยทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในรอบนี้มีความยั่งยืนต่อเนื่อง มากกว่าความพยายามหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมาครับ...

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
บริหารจัดการคุณภาพข้าวไทยด้วย โมบาย แกพ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2013, 12:34:34 PM »
เข้ากับยุคโมบายแอพพลิเคชั่นครองเมือง...การพัฒนาคุณภาพข้าวไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า นำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อการตรวจประเมินคุณภาพข้าวไทยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

นายวัชรากร หนูทอง นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยโพรโตคอลและเครือข่ายไร้สาย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บอกว่า เนคเทคได้ร่วมกับกรมการข้าว พัฒนาโปรแกรมบริหารจัดการคุณภาพข้าวไทย หรือ โมบาย แกพ ขึ้น เพื่อใช้สำหรับเก็บข้อมูลชาวนาที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงใช้สำหรับการตรวจประเมินคุณภาพข้าวไทยตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices)

โดยพัฒนาเป็น 2 ส่วนหลักคือ ระบบเว็บไซต์สำหรับเกษตรกรยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรและแหล่งผลิตด้วยแผนที่ กูเกิล แมพ และระบบการตรวจประเมินคุณภาพข้าว ตามมาตรฐาน GAP ด้วยโมบายแท็บเล็ตแอนดรอยด์ สำหรับผู้ตรวจประเมินของกรมการข้าวใช้ทดแทนแฟ้มกระดาษแบบเดิม

นักวิจัยบอกว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นการนำโมบายแอพพลิเคชั่นมาประยุกต์ใช้งานร่วมกับเว็บแอพพลิเคชั่น โดยใช้เทคโนโลยีทั้งจีพีเอส แผนที่กูเกิลแมพ และระบบนำทาง (Google Direction) ระบบสามารถทำงานอย่างอิสระได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเหมาะกับการทำงานในพื้นที่ห่างไกล

ในส่วนของเกษตรกรสามารถบันทึกแบบคำร้องขอรับรองแหล่งผลิตและบันทึกแบบบันทึกระบบการจัดการคุณภาพข้าวสำหรับเกษตรกรผ่านทางเว็บไซต์ www. gapthailand.in.th ได้

ด้านผู้ตรวจประเมินก็สามารถใช้ข้อมูลเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ มีแผนที่ขอบเขตชัดเจน และมีระบบบอกเส้นทาง สามารถบันทึกข้อมูลการตรวจประเมินต่าง ๆ ผ่านโมบายแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ได้ทันที ช่วยลดเวลาในการตรวจประเมินฯ ซึ่งเดิมใช้แบบฟอร์มกระดาษ และต้องนำมาคีย์เข้าคอมพิวเตอร์ภายหลัง

     

นักวิจัยบอกอีกว่า ระบบนี้สามารถประเมินผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เกษตรกรสามารถดูผลการตรวจได้ทันทีผ่านเว็บไซต์

 

ปัจจุบันได้นำระบบดังกล่าวไปทดสอบใช้งานที่บ้านสามขา จังหวัดลำปาง และจะขยายไปทดสอบใช้งานกับพื้นที่อื่น ๆ

นอกจากนี้ได้มีการพัฒนาระบบคิวอาร์โค้ดเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับว่าข้าวมาจากแปลงที่ผ่านการประเมินคุณภาพหรือไม่

มองดี ๆ อนาคต หากมีการใช้งานระบบนี้ครอบคลุมพื้นที่ทำนาได้ทั้งประเทศ ก็เปรียบเสมือนการทำผังโซนนิ่งพื้นที่เกษตรกรไทยที่ง่ายต่อการบริหารจัดการ

แต่จะไปสู่จุดนั้นได้หรือไม่ นักวิจัยบอกว่าเนคเทคเป็นเพียงผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่พร้อมใช้แต่จะใช้จริง ใช้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ต้องนำไปใช้จริง.

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
เคาะประมูลช่องข่าว 15 นาทีแรก ราคาพุ่ง 840 ล้านบาท
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2013, 12:46:18 PM »
เมื่อเวลา 09.40 น. วันนี้(27ธ.ค.)ที่อาคาร แคท ทาวเวอร์ บางรัก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศร์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้จับสลากลำดับห้องประมูล โดยลำดับที่ 1.โพสต์ทีวี จก. ลำดับที่ 2.ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค ทีเอ็นเอ็น จก. ลำดับที่ 3.วอยซ์ ทีวี ลำดับที่ 4.เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น ลำดับที่ 5.สปิงนิวส์ เทิลวิชั่น ลำดับที่ 6.ดีเอ็น บรอดคาสท์ (เดลินิวส์) ลำดับที่7.3เอ. มาร์เกตติ้ง ลำดับที่ 8.โมโน เจนเนอเรชั่น ลำดับที่ 9.ไอ-สปอร์ต มีเดีย และลำดับ 10.ไทยทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากเปิดให้เคาะประมูลอย่างเป็นทางการเวลา 11.00 น. ปรากฎว่า ผ่านไป 15 นาที มีการเคาะราคาประมูลช่องข่าวสูงสุดอยู่ที่ 840 ล้านบาท คือ รหัสN08 และมีผู้ไม่ได้สิทธ์รับใบอนุญาตอยู่ 2ราย คือ รหัสN04 ราคา754ล้านบาท รหัสN05 ราคา702ล้านบาท

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
“ไปรษณีย์ไทย”ออกแสตมป์วันเด็กเวอร์ชั่น 2
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 03, 2014, 12:33:09 PM »
รายงานข่าวจากบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)เปิดเผยว่า ปณทได้เปิดตัวแสตมป์วันเด็กชุดอาเซียนเวอร์ชั่น2ภาคต่อจากเวอร์ชั่นแรกเมื่อปี2556โดยแสตมป์ชุดนี้นำเสนอคำทักทายของชาติสมาชิกทั้ง10ประเทศมีด้วยกัน 5แบบเป็นภาพการ์ตูนเด็กน่ารักในเครื่องแต่งกายประจำชาติจับคู่สองประเทศกล่าวสวัสดีกันและกันทั้งในภาษาของตนเองและคำอ่านภาษาไทย ราคาดวงละ 3บาทเต็มแผ่นคละแบบ 10ดวง ราคา30บาทซองวันแรกจำหน่ายชุดละ 25บาทเริ่มวางจำหน่ายในวันเด็กแห่งชาติ11ม.ค.ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ในจำนวนคอลเลคชั่นแสตมป์เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนนอกจากแสตมป์วันเด็กปี 2556และ 2557แล้วยังมีแสตมป์ชุดปีใหม่ที่ผ่านมาเป็นภาพดอกไม้ประจำชาติอาเซียนทั้ง10ประเทศรวมถึงชุดiStampความรู้คู่อาเซียนอีกหลายแบบผู้ปกครองหรือสถานศึกษาที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนในหรือทางเว็บไซต์ www.postemart.com รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามโทร 0-2831-3853และ0-2831-3856 หรือทางไลน์ stampinlove

jigkooffroad

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
    • ดูรายละเอียด
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. บอกว่า แม้ปีที่ผ่านมาจะมีทั้งเรื่องปัญหาการเมือง เศรษฐกิจถดถอย แต่ผู้ประกอบการรวมถึงผู้บริโภคเข้าใจและตอบรับกับสินค้านวัตกรรมมากขึ้น ซึ่ง สนช.ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ตามภารกิจที่กำหนดไว้ให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการสร้างยุทธศาสตร์นวัตกรรม โดยมีโครงการที่หลากหลาย และกระจายตัวมากขึ้น

ทั้งนี้คาดว่าหากปี 2557 ปัญหาทางการเมืองยุติ จะได้เห็นโครงการนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมามากขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการคูปองนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการที่ สนช.ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดขึ้น และอยู่ระหว่างการรอพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

สำหรับแผนการดำเนินงานของ สนช.ในปี 2557 นี้ ผู้อำนวยการ สนช.บอกว่า นอกจากการส่งเสริมโครงการนวัตกรรมต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 100 โครงการตามปกติแล้ว ในปีนี้ สนช.ยังมีโครงการใหญ่ ที่รองรับการเจริญเติบโตของภูมิภาคอาเซียน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโครงการรองรับเออีซี โดยเน้น ใน 3 สาขาหลักคือ เทคโนโลยีด้านการแพทย์ทางไกล เทคโนโลยีด้านพลังงานทางเลือก เช่น ชีวมวล โซลาร์เซลล์ พลังงานลม และเทคโนโลยีด้านวัสดุชีวภาพ ซึ่งทั้ง 3 สาขานี้ ถือเป็นเทรนด์นวัตกรรมของทั้งโลก รวมถึงเออีซีและในประเทศไทย

สำหรับโครงการใหม่ที่ สนช.จะสนับสนุนนี้ จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ระดับ 300-400 ล้าน เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่รวมตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการตลาดแบบครบวงจร

คาดว่าในปี 2557 นี้ จะสามารถทำโครงการดังกล่าวได้ประมาณ 2 -3 โครงการ โดยเริ่มจากด้านบริการทางการแพทย์ และพลังงานทางเลือก.